แม่พลทหารดับระหว่างฝึก ออกมาพูดแล้ว หลังได้ฟังผลชันสูตรศพลูกชาย

พลทหาร-696x392

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 13 พ.ย. ที่บ้านเลขที่ 50/3 หมู่ 7 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช หลังจากผลชันสูตรศพ พลทหารอดิศักดิ์ น้อยพิทักษ์ อายุ 21 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 ที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลค่ายเทพสตรีศรีสุนทร และถูกนำศพส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ศูนย์นิติเวชโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ศพของพลทหารอดิศักดิ์ ได้นำมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน โดยมีนางเตือนใจ คงสนิท มารดาและครอบครัว พร้องกับ พ.อ.กรกฎ ภู่โชติ ผู้บังการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และยังเป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกเเละกล่องพัสดุคุณภาพดีรายใหญ่  พ.ท.เอกวริทธ์ ชอบชูผล ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และนายทหารระดับสูงมาอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีเพื่อนพลทหารที่อยู่ในกองพันเดียวกับ พลทหารอดิศักดิ์ มาร่วมรดน้ำศพด้วยจำนวนมาก

พ.ท.เอกวริทธ์ ชี้แจงว่าพลทหารอดิศักดิ์ เริ่มมีอาการปวดท้องได้ชะลอการฝึกมาก่อนหน้าแล้ว 3 วัน โดยระหว่างนั้นได้ไปพบแพทย์ขั้นตอนและแพทย์ได้สั่งยามารักษาตามอาการตามขั้นตอน จนวันที่ 11 พ.ย. มีอาการอาเจียนและปวดท้องรุนแรงจึงนำเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จนกระทั่งเสียชีวิตลงและได้ประสานกับญาติ ซึ่งต่างต้องการพิสูจน์สาเหตุการตายที่ชัดเจนด้วยความโปร่งใส จึงร่วมกันนำศพไปส่งชันสูตรที่โครงพยาบาลสงขลานครินทร์ จนแพทย์ได้มีรายงานการชันสูตรศพซึ่งยืนยันว่าได้ประสานงานกับมารดาของพลทหารอดิศักดิ์ โดยตลอด อยู่ด้วยกันตลอดเวลามีความเข้าใจกันดี

ขณะที่นางเตือนใจ มารดาของพลทหารอดิศักดิ์ ยืนยันว่าได้พูดคุยทำความเข้าใจกันจนเข้าใจแล้ว และได้รับทราบผลการชันสูตรของแพทย์ที่ชัดเจนทำให้คลายสงสัย แต่เป็นธรรมดาความเสียใจต้องมี จู่ๆ ลูกมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดข้อสงสัยเป็นธรรมดา

ส่วนที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้ออกหนังสือรับรองการตายโดย พญ.ชลิดา ชุมยวง ได้ระบุโรคที่เป็นสาเหตุการตายคือ 1.PERITONITIS 2.PEPTIC ULCER PERFORATION กล่าวคือสาเหตุการตายคือ ติดเชื้อในช่องท้อง จากลำใส้ทะลุ ทำให้มีของเหลวและอุจจาระปนในช่องท้องจำนวนมาก เนื่องจากอาการนี้ไม่ได้แก้ใขจึงทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา ส่วนการตรวจการติดเชื้อจากเลือด ไม่สามารถตรวจได้เนื่องจาก ศพมีสภาพที่ค่อนข้างเน่า

ส่วนเรื่องที่ญาติสงสัยกรณีถูกทำร้ายร่างกาย ไม่พบว่ามีการทำร้ายร่างกายในทุกๆ อวัยวะ ร่างกายไม่มีบาดแผล กะโหลกศีรษะปกติ แขนขาปกติ กระดูกซี่โครงปกติ ส่วนอวัยวะภายนอก ที่ฟกช้ำ ไม่ได้เกิดจากการทำร้ายร่างกาย แต่อาจเกิดจาก การติดเชื้อ ทำให้ศพมีสภาพสีคล้ำ แต่เมื่อญาติสงสัยจึงต้องทำการพิสูจน์กันต่อไป

 

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on แม่พลทหารดับระหว่างฝึก ออกมาพูดแล้ว หลังได้ฟังผลชันสูตรศพลูกชาย

2 โจ๋ซิ่งมอเตอร์ไซค์แหกด่าน พุ่งชนตำรวจเจ็บสาหัส

ดาวน์โหลด

 

 

 

 

 

 

 

2 โจ๋ ซิ่ง จยย. ฝ่าด่านตรวจ พุ่งชน ดต. สภ.แหลมฉบัง สลบเหมือด บาดเจ็บสาหัส ตำรวจตั้งข้อหาขับขี่รถขณะมึนเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 15.00 น. ( 8 พ.ย.) พ.ต.อ. อนุกูล ปรีดายุทธ ผกก.(สอบสวน) สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.วีรยุทธ กางกาละ พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจยย.เฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะตั้งจุดตรวจสอบจุดสกัด อยู่ที่บริเวณแยกเซเว่น-เมืองทองก่อนถึงร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกเเละกล่องพัสดุรายใหญ่ ม.10 ถ.เมืองใหม่ใต้ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบ ร่างของ ด.ต.สมบัติ เรืองศรี อายุ 50 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.แหลมฉบัง นอนหมดสติ ขาหักทั้งสองข้าง สภาพใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง รพ.แหลมฉบัง เพื่อช่วยชีวิต ใกล้กันพบ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สี่แดง หมายเลขทะเบียน 1กฆ 7227 ชลบุรี พลิกล้มคว่ำอยู่ ซึ่งมี นายวัชรินทร์ อายุ 20 ปี คนขับ และนายณัฐพล อายุ 20 ปี ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่ จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง

เบื้องต้น จากการสอบสวน ส.ต.ต.อภิชาติ พังราช ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ และกล้องบนหมวกกันน็อก สามารถบันทึกภายไว้ได้ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตน และ ด.ต.สมบัติ ได้รับมอบหมายจาก ร.ต.อ.จักรภพ อินรัญ รอง สวป.สภ.แหลมฉบัง ให้มีหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดจับรถยนต์ รถ จยย. ที่ย้อนศรกลับมาทางเดิม ก่อนถึงด่านตรวจ โดยระยะประมาณ 500 เมตร เพื่อป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติดบริเวณแยกดังกล่าว

ระหว่างนั้นได้มีชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถ จยย. มาด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าเข้าไปยังจุดตรวจจุดสกัด แต่เมื่อวัยรุ่นทั้ง 2 คน เห็นด่านตรวจจึงย้อนศรกลับมาทางเดิม ซึ่งตนและ ด.ต.สมบัติ จึงให้สัญญาณเพื่อหยุดรถแต่วัยรุ่นทั้ง 2 คน ได้พยายามเร่งเครื่องเพื่อฝ่าจุดตรวจ และเป็นจังหวะเดียวที่ ด.ต.สมบัติ วิ่งออกมาโบกและสั่ง รถ จยย. ให้จอด แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมจอดกลับเร่งเครื่องด้วยความเร็วพุ่งชน ด.ต.สมบัติ เข้าเต็มร่างจนกระเด็นล้มกลิ้ง ขาหักทั้งสองข้างได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด และหมดสติ เพื่อนตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างวิ่งเข้าไปช่วยเหลือพร้อมเร่งนำตัวส่ง รพ.แหลมฉบัง ส่วนวัยรุ่นที่พยายามขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีก็ล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

พ.ต.อ. อนุกูล กล่าวต่อไปว่า ภายหลังจากควบคุมตัวนายวัชรินทร์ และนายณัฐพล  มาสอบปากคำ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้มีเจตนาจะขับรถชน ด.ต.สมบัติ หรือตำรวจคนอื่นๆ เพียงแต่พึ่งดื่มสุรากันมา ประกอบกับไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จึงเกิดความกลัวว่าจะถูกจับ จึงตัดสินใจขับรถฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ และจากการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบสารเสพติด เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาขับขี่ยาพาหนะขณะมึนเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส , ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนข้อหาอื่นๆ นั้น คงต้องรอสอบปากคำเพิ่มเติมจากผู้ต้องหา และตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติมก่อน ยืนยันเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

สำหรับประวัติการทำงานของ ด.ต.สมบัติ นั้น ที่ผ่านมา มีความประพฤติที่ดีในการทำงานมาโดยตลอด รับผิดชอบตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และเป็นที่รักของเพื่อนตำรวจด้วยกัน ส่วนอาการขณะนี้รู้สึกตัวแล้ว สามารถพูดจาตอบโต้ได้ โดยแพทย์ได้ให้นอนพักรักษาอาการบาดเจ็บอีกสักระยะ ก่อนจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on 2 โจ๋ซิ่งมอเตอร์ไซค์แหกด่าน พุ่งชนตำรวจเจ็บสาหัส

ตร.รวบโจรตระเวนกระชากสร้อยทอง 2 จังหวัด 5คดีอ้างทำ เพราะเปนหนี้ ! เผยจะกลับตัวเปนคนดี

2-โจรกระชากทอง-696x403

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พ.ย. พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ วงษ์บุรี ผกก.สภ.เมืองตาก พร้อมด้วยพ.ต.ท.วสันต์ ปุ้ยฮะ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตาก, พ.ต.ท.สุขวัฒน์ เพ่งพินิจ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองตาก และพ.ต.ท.ยศวัจน์ บงบุตร สว.สส.ฯ พร้อมกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองตาก ร่วมกันจับกุมตัวนายพิพัฒน์ กรพาหา อายุ 37 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกราคาถูก ที่อยู่ 76/1 ม.5 ต.ตากออก อ.บ้านตาก จ.ตาก ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ (กระชากสร้อยทอง) ในเขตพื้นที่ สภ.เมืองตาก และข้างเคียง รวม 5 คดี จึงนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากมีคดีวิ่งราวทรัพย์กระชากสร้อยคอทองคำหญิงชาวบ้าน อายุ 51 ปี บริเวณหน้าวัดวังม่วง ต.ไม้งาม อ.เมือง จ.ตาก เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายได้สร้อยคอทองคำ 2 สลึง แล้วหลบหนี ตนจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามหาข่าว จนสามารถได้ภาพผู้ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี

พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 16.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามหาข่าว พบคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ๊ก สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะรูปพรรณสัณฐานตรงกับคนร้ายที่เคยก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ อยู่บนถนนสาธารณะ ม.7 ต.น้ำรึม อ.เมือง จ.ตาก จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจสอบ พร้อมให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ในวันเกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายพิพัฒน์ รับสารภาพว่า ตนก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำจริง และยังรับสารภาพ ว่าได้ก่อเหตุมาแล้ว รวม 5 ครั้ง คือ 1.ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ ท้องที่ สภ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา 2.ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ ท้องที่ สภ.เมืองตาก บริเวณ หน้าโรงหน่อไม้ หลังวัดโคกพลู เมื่อ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา 3.ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ ท้องที่ สภ.บ้านตาก เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา 4.ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ ท้องที่ สภ.บ้านตาก เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา และ 5.ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ ท้องที่ สภ.เมืองตาก บริเวณหน้าวัดวังม่วง เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อหวังจะลักลอบไปทำงานที่ประเทศเกาหลี แต่ไม่ผ่านตม. จึงทำให้เกิดหนี้สิน และคิดก่อเหตุชิงทรัพย์ โดยเลือกพื้นที่ อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เป็นที่แรก เพราะไกลบ้าน เมื่อทำสำเร็จหลบหนีได้ก็จะนำสร้อยคอทองคำที่ได้ไปขาย เพื่อนำเงินมาเที่ยวเตร่และเสพยาบ้า

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนเกิดความหย่ามใจ เพราะได้เงินมาใช้จ่ายง่าย ก็คอยตระเวนฉวยจังหวะเจอเหยื่อสบโอกาส ก็ขับรถจักรยายนต์เข้าประกบและกระชากสร้อยคอทองคำแล้วหลบหนี นำไปขายให้ร้านทองแห่งหนึ่งที่จ.ลำปาง รวมแล้ว 5 คดี ในพื้นที่ 3 โรงพัก 2 จังหวัด ได้สร้อยคอทองคำ รวมประมาณ 5 บาท

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาขอยอมรัยผิดในการกระทำที่ก่อไว้และหวังว่าหากพ้นโทษจะกลับเนื้อกลับตัว เลิกยาเสพติด และมาเป็นคนดีของสังคมต่อไป เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี และ ข้อหาเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ควบคุมดำเนินคดีต่อไป

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on ตร.รวบโจรตระเวนกระชากสร้อยทอง 2 จังหวัด 5คดีอ้างทำ เพราะเปนหนี้ ! เผยจะกลับตัวเปนคนดี

หนุ่มควบบิ๊กไบก์ พุ่งชนท้ายสิบล้อจนยางระเบิดดับคาที่ โชเฟอร์ซิ่งหนีไกล 3 กม.

ชนสิบล้อ-696x392

 

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 19 ต.ค. พ.ต.ต.(หญิง) ฐานันดร์ เที่ยงสัน สารวัตร (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถจยย.ชนท้านรถบรรทุกสิบล้อ ที่หน้าบริษัทมหพันธ์ ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรฉุกเฉิน 1669 ร.พ.พัฒนานิคม เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม

ที่เกิดเหตุพบรถจยย.บิ๊กไบก์ ฮอนด้า 650 เอฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ด้านหน้าของรถมีร่องรอยการชนจนพังยับเยิน เศษชิ้นส่วนอุปกรณ์กระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบศพนายณัฐพล ศรีปาน อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกราคาถูก สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงสีน้ำเงิน สภาพศพศรีษะและลำตัวเป็นแผลฉกรรจ์ โดยในที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณี ซึ่งมีพลเมืองดีระบุว่ารถคู่กรณีเป็นรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งได้หลบหนีไปแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และตำรวจทางหลวง ช่วยสกัดจับกุม จนสามารถจับกุมได้ที่หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร โดยพบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 81-3279 เลย มีร่องรอยการชนที่ท้ายรถ และยางระเบิด 1 เส้น จึงได้ควบคุมตัวคนขับรถบรรทุกไว้เพื่อดำเนินคดี

จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกสิบล้อ ให้การโดยอ้างว่า ตนไม่ทราบว่ามีรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถของตน ได้ยินแต่คล้ายเสียงยางรถระเบิด จึงได้ขับต่อมาจนถึงปั๊มน้ำมันเพื่อเปลี่ยนยาง จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจจะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมอีกครั้ง ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้ส่งพิสูจน์ที่ ร.พ.พัฒนานิคม ก่อนประสานญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on หนุ่มควบบิ๊กไบก์ พุ่งชนท้ายสิบล้อจนยางระเบิดดับคาที่ โชเฟอร์ซิ่งหนีไกล 3 กม.

ถึงทางตัน! หนุ่มวินจยย.เครียดหนักเพิ่งเลิกกับภรรยา คว้าปืนยิงขมับตัวเองคาห้องกลางกรุง

วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.อ.สุดสาคร สโมสร รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางพลัด รับแจ้งมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องเลขที่ 1354/122 บริเวณชั้น 6 กฤษสกนธ์คอนโดมิเนียมอยู่เเถวบริษัทผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูก ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 57 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางพลัด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง สภาพไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .32 เข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าน 1 นัด เลือดไหลนองเต็มเตียง โดยที่มือขวายังกำอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติขนาด .32 อยู่ ทราบชื่อคือ นายภัคพล พิพัฒน์ทวีกุล อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง ร.พ.วชิระ เพื่อให้แพทย์รักษาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนเพื่อนข้างห้อง ให้การว่า ก่อนก่อเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 1 นัด จากห้องดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นประกอบอาชีพขับวินจยย.รับจ้างอยู่หน้าคอนโดดังกล่าว อีกทั้งยังเพิ่งแยกทางกับภรรยาคาดว่าน่าจะเป็นชนวนในการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินการต่อไป

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on ถึงทางตัน! หนุ่มวินจยย.เครียดหนักเพิ่งเลิกกับภรรยา คว้าปืนยิงขมับตัวเองคาห้องกลางกรุง

แม่โร่แจ้งความเอาผิดครูโหด ตบลูกชายฟันหัก ซ้ำไม่รับผิดชอบ

000

 

 

 

 

 

 

 

 

Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ปกครองโร่แจ้งความเอาผิดครูทำร้ายลูกชายวัย 14 ปี แถมยังเข้ามาข่มขู่เด็กไม่ให้เอาเรื่อง จนทำให้ครอบครัวเริ่มกังวลว่าครูจะกลั่นแกล้งไม่ให้เรียนจบการศึกษา วอนขอความเป็นธรรม

(2 ต.ค.) นางสาวสรีรัตน์ (นามสมมติ) ผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ม.2 วัย 14 ปี โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งอยู่เเถวบริษัทนำเค้าเครื่องปั๊มไดคัทและเครื่องพิมพ์กล่องรายใหญ่ จ.ชัยภูมิ ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์แจ้งความต่อ ร.ต.ท.สุเมธ เสนากร รอง.สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับครูรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงลงโทษบุตรชายของตนเองเกินเหตุเกินกว่าที่การกระทำของครูคนหนึ่งจะพึงกระทำต่อเด็กนักเรียนที่เป็นลูกศิษย์ของตนเองได้ ทำร้ายร่างกายรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุครูคนดังกล่าวได้เดินหนีไปโดยไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ จนบุตรชายได้โทรมาบอกผู้ปกครองให้ทราบเพื่อเดินทางไปที่โรงเรียนและทางผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าวได้เรียกทั้ง 2 ฝ่าย มาลงบันทึกของโรงเรียนให้ครูรายนี้แสดงความรับผิดชอบ ที่ยอมรับว่าตัวเองทำไปเกินกว่าเหตุจริงและพร้อมที่จะรับผิดชอบในการช่วยรักษาพยาบาลให้มาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 60

กระทั่งผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว ครูคนดังกล่าวกลับยังไม่ยอมมาแสดงความรับผิดชอบตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด กลับผิดคำพูดยังอ้างว่าอยากได้ค่ารักษาให้ไปฟ้องเอาเอง และยังมีเพื่อนครูอีกรายที่สอนในชั้น ม.3 มีความพยายามมาช่วยกันข่มขู่ครอบครัวตนเองและบุตร ไม่ให้เอาเรื่อง เพราะต่อไปจะขึ้น ม.3 แล้ว จะได้เจอดีกันอีก ทั้งเรื่องการเรียนในอนาคตต่อไปจะลำบาก

ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวต้องการแค่อยากให้ครูผู้ก่อเหตุรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลต่อสิ่งที่ทำลงไปเท่านั้น จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อที่จะให้ดำเนินการตามกฏหมายและขอความเป็นธรรมคืนให้กับครอบครัวและลูกตนเองในในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่เด็กนักเรียนที่ถูกครูทำร้าย เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเองเดินเข้าไปหาครูผู้ก่อเหตุ เพราะว่าเห็นครูกำลังซื้อน้ำ และมีเศษเงินเหรียญ ตนเองต้องการขอแลกเพื่อนำไปเติมโทรศัพท์เท่านั้น จากนั้นครูก็บอกว่า ไม่ใช่เพื่อนเล่น และไม่รู้ว่าไปเกิดอารมณ์โมโหมาจากไหน ครูกลับใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าจนหัวไปกระแทกกับชั้นเหล็กอยู่ข้างๆ และยังเดินตามเข้ามาตบซ้ำ และเตะซ้ำอีก 1 ครั้ง ก่อนเดินจากไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนเองมาดูที่ปากแตกและฟันก็หักจึงรีบโทรหาผู้ปกครองให้มาช่วยไปหาหมอดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.สุเมธ เสนากร รอง.สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ กล่าวว่า ในกรณีนี้ซึ่งมีการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมีอายุต่ำกว่า 15 ปี จากนี้จะต้องมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ที่จะต้องมีการนำตัวเด็กผู้ปกครอง มาสอบสวนร่วมเพิ่มเติม ร่วมกับเจ้าหน้าที่มีตัวแทนฝ่ายปกครอง ก่อนที่จะได้เรียกตัวครูผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อหาที่ชัดเจนเพิ่มเติมต่อไป

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on แม่โร่แจ้งความเอาผิดครูโหด ตบลูกชายฟันหัก ซ้ำไม่รับผิดชอบ

รวบทันหนุ่มควันเดนคุก ควงมีดปีนบ้านจับเหยื่อมัดมือไพล่หลัง ฉกทรัพย์สินหนี แต่ไม่พ้น

จับโจรขึ้นบ้าน-696x392

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 29 ก.ย. ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.บางขุนเทียน และ พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน ร่วมกันสอบปากคำ นายชรินทร์ หรือรินทร์ สางเสือโพธิ์ อายุ 29 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษและกล่องกระดาษลูกฟูกราคาถูก ผู้ต้องหาบุกรุกและชิงทรัพย์ หลังถูกจับกุมได้พร้อมของกลางเงินสด 20,460 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง พระเครื่องจำนวนหนึ่ง และมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต 1 เล่ม โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 31/36 ซอยเอกชัย 30 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม.

พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.นพดล คงสัตรา สว.สส.สน.บางขุนเทียน ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียหายถูกคนร้ายจับมัดมือแล้วชิงทรัพย์ภายในบ้านเช่าเลขที่ 67/204 ซอยเอกชัย 10/1 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพบ น.ส.อรุนณี หมื่นพล อายุ 52 ปี ในสภาพถูกซ้อมจนสะบักสะบอม ถูกเศษผ้าอุดปากและถูกกางเกงยางยืดมัดมือไพล่หลัง โดยห้องพักถูกรื้อค้นทรัพย์สินกระจัดกระจายมีข้าวของสูญหายไปหลายรายการ ประกอบด้วย เงินสด 15,000 บาท เลสข้อมือทองคำ หนัก 2 บาท และพระเครื่องจำนวนหนึ่ง จึงเชิญตัว น.ส.อรุนณี ไปสอบปากคำที่โรงพัก

จากการสอบสวน น.ส.อรุนณี ให้การว่า บ้านหลังนี้เช่าอยู่กับสามีเพียง 2 คน ก่อนเกิดเหตุอยู่บ้านเพียงลำพัง โดยสามีออกไปรับจ้างเดินสายไฟ ขณะที่กำลังปอกผลไม้อยู่ภายในบ้าน จู่ๆ คนร้ายก็บุกเข้ามาแล้วชกเข้าที่ใบหน้าและตามร่างกายหลายครั้ง จากนั้นชักมีดปลายแหลมมาข่มขู่ไม่ให้ส่งเสียง ก่อนจะนำเศษผ้ามาอุดปากพร้อมใช้กางเกงยางยืดมัดข้อมือตนไพล่หลัง หลังจากนั้นได้รื้อค้นเอาทรัพย์สินทั้งหมดและหลบหนีไป พอตนตั้งสติได้จึงรีบตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

จากนั้น ร.ต.อ.เธียรภัทร กล้าใจ รอง สว.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.อาทิตย์ จันทะวัน รอง สว.สส.สน.บางขุนเทียน จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ และสอบถามตามร้านรับซื้อทองรูปพรรณย่านถนนเอกชัย พบข้อมูลคนร้าย คือ นายชรินทร์ ซึ่งพักอยู่ในห้องเช่าท้ายซอยเอกชัย 30 โดยนายชรินทร์ นำเลสข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ของผู้เสียหายไปขายในราคา 36,000 บาท จึงนำกำลังรุดไปรวบตัวเอาไว้ได้

จากการสอบสวน นายชรินทร์ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า เคยถูกตำรวจ สน.บางมด จับกุมข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และถูกตำรวจ สน.บางบอน จับกุมข้อหาเสพยาบ้า และติดคุกเพิ่งออกมาได้ประมาณ 1 ปี ส่วนที่ก่อเหตุดังกล่าวเนื่องจากว่างงานไม่มีเงินใช้ ประกอบกับต้องหาเงินเลี้ยงภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน กับลูกชายวัย 2 ขวบ ที่ผ่านมาตนขอหยิบยืมเงินจากพรรคพวกที่รู้จักมาหลายราย จนหนี้สะสมรวมกันประมาณ 10,000 บาท จึงถูกเจ้าหนี้มายืนด่าทอบุพการีถึงหน้าบ้าน จึงวางแผนนำมีดเดินออกจากบ้านพักไปหาเหยื่อตามห้องเช่า กระทั่งพบผู้เสียหายอยู่ในบ้านเพียงลำพัง จึงก่อเหตุดังกล่าว

“พอผมรื้อค้นเงินสดกับทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าสะพายได้แล้ว ก็นั่งวิน จยย.รับจ้าง นำเลสข้อมือทองคำไปขาย จากนั้นนำเงินไปใช้หนี้ให้พรรคพวกประมาณ 10,000 บาท และแบ่งเงินไปซื้อโทรศัพท์ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาเอกชัย ในราคา 5,000 บาท จากนั้นจึงย้อนกลับมาที่ห้องเช่าไม่คิดว่าตำรวจจะนำกำลังไปจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้” นายชรินทร์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด, บุกรุกเคหะสถาน และกักกังหน่วงเหนี่ยว เอาไว้ก่อน จากนั้นจะเดินทางไปตรวจสอบที่ห้องเช่า นายชรินทร์ อีกครั้งว่าซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ เอาไว้ด้วยหรือไม่ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินการต่อไป

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on รวบทันหนุ่มควันเดนคุก ควงมีดปีนบ้านจับเหยื่อมัดมือไพล่หลัง ฉกทรัพย์สินหนี แต่ไม่พ้น

โดนผู้ชายทิ้ง!! หนุ่มหัวใจหญิงสุดเศร้าแต่งหน้า-ทาปากแดงแล้วคว้าเชือกผูกคอฆ่าตัวสลด

2409256002-696x392

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ร.ต.อ.ธีรพงศ์ ศรีสมัย รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบศพชายผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 29 หมู่ 5 ต.พะแสง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาบ้านตาขุน-พนม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูง ภายในสวนยางพารา พบศพชายสวมเสื้อแขนยาวลายขวางขาว-ดำ ทับเสื้อชั้นในสตรีสีแดง ไม่สวมกางเกงแต่สวมกางเกงชั้นใน และแต่งหน้าทาปากด้วยลิปสติกสีแดง ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับคานหลังคาบ้านห้อยอยู่กลางบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือนายพงศ์ษา ฤทธิกุล อายุ 38 ปี เป็นลูกชายเจ้าของบ้าน อาชีพพนักงานโรงงานผลิตซองขยายข้างเเละซองเอกสารขยายข้างเกรดเอ โดยมีผู้เป็นแม่ร่ำไห้เสียใจอยู่ข้างศพ

จากการสอบสวนผู้เป็นแม่ ให้การว่า ลูกชายมีจิตใจเป็นผู้หญิง ก่อนหน้านี้เคยพยายามผูกคอตายมาแล้ว 3 ครั้งเนื่องจากโดนแฟนหนุ่มทิ้งทำให้เสียใจมาก แต่ก็มีคนไปเห็นแล้วช่วยเหลือรอดตายมาได้ทุกครั้ง จนกระทั่งวันนี้ลูกชายอาศัยช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้านแอบมาผูกคอตายอีก แต่ครั้งนี้ไม่มีใครเห็นเลยเสียชีวิตในที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลบ้านตาขุน ก่อนให้ครอบครัวรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on โดนผู้ชายทิ้ง!! หนุ่มหัวใจหญิงสุดเศร้าแต่งหน้า-ทาปากแดงแล้วคว้าเชือกผูกคอฆ่าตัวสลด

สาวโร่แจ้งความโดนผัวเก่าฉุดไปซ้อมขืนใจ ถ่ายคลิปประจานโซเชียล แค้นกำลังจะแต่งงานใหม่

ดาวน์โหลด

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางจิระวดี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พนักงานโรงงานจำหน่ายกล่องพัสดุเเละกล่องไปรษณีย์ราคาถูก โดนอดีตสามีฉุดไปขืนใจแล้วทุบตีต่อหน้าลูกน้อย ถ่ายคลิปแบล๊กเมล์ แถมยังขู่ฆ่าซ้ำอีก จนสุดท้ายต้องขึ้นโรงพักแจ้งความให้ดำเนินคดี

โดยนางจิระวดี ซึ่งเป็นชาวอ.โคกสูง จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า เมื่อ 2 ปีก่อนได้รู้จักกับนางสงกรานต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เป็นชาวอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กระทั่งตกลงปลงใจแต่งงานกันและมีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 1 ปี 3 เดือน แต่หลังจากที่อยู่กินกันแล้วกลับทราบว่านางสงกรานต์มีภรรยาและมีลูกอยู่แล้ว จึงขอเลิกรา จากนั้นนายสงกรานต์ได้ขนทรัพย์สินของตนกลับไปอยู่กับภรรยาและลูก

นางจิระวดีกล่าวว่า กระทั่งตนได้พบรักใหม่และเตรียมจะแต่งงานกับแฟนใหม่ ปรากฏว่านายสงกรานต์ได้โทรศัพท์มาหา และบอกว่าคิดถึงลูกสาว ตนก็หลงเชื่อคิดว่านายสงกรานต์คิดถึงลูกสาวจริงๆ แต่ที่ไหนได้พอตนเผลอ ก็ถูกนายสงกรานต์ฉุดกระชากลากตัวขึ้นรถจักรยานยนต์ พร้อมลูกสาว ไปยังอำเภอตาพระยา เข้าไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง

จากนั้นนายสงกรานต์ก็ยึดโทรศัพท์ แล้วทำการทุบตีตนต่อหน้าลูกสาว ก่อนฉีกเสื้อผ้าข่มขืนตนแล้วถ่ายคลิปวิดีโอ ขณะลงมือข่มขืนตนเองไว้ด้วย หลังข่มขืนเสร็จแล้ว ตนจึงได้อ้อนวอนขอให้นำตนเองกลับมาส่งบ้าน โดยรับปากว่าจะไม่แจ้งความและจะรับโทรศัพท์ที่นายสงกรานต์โทร.มาหาทุกครั้ง นายสงกรานต์จึงใจอ่อน พามาส่งที่บ้าน

นางจิระวดีกล่าวว่า หลังกลับมาบ้านตนจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง แม่จึงพาไปแจ้งความที่สภ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ขณะนี้ตนมีความหวาดกลัวมาก เนื่องจากนายสงกรานต์ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาข่มขู่ที่บ้านว่าจะฆ่าให้ตายทั้งหมดรวมถึงแม่ด้วย นอกจากนั้นนายสงกรานต์ยังนำคลิปที่ข่มขืนตนเองไปโพสต์ประจานในเฟซบุ๊กและไลน์ ทำให้ตนได้รับความอับอายอย่างมาก เนื่องจากตอนนี้ตนเองมีสามีใหม่แล้วและกำลังจะแต่งงานกันในเร็วๆนี้ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าสามีใหม่จะยอมแต่งงานด้วยหรือเปล่า

 

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged , | Comments Off on สาวโร่แจ้งความโดนผัวเก่าฉุดไปซ้อมขืนใจ ถ่ายคลิปประจานโซเชียล แค้นกำลังจะแต่งงานใหม่

ตามล่า กระบะขาว โฉบตัดหน้าเข้าถนนใหญ่ ต้นเหตุพ่อลูกอ่อนดับ

ดาวน์โหลด (1)

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพนาทีแห่งความประมาท กระบะเลี้ยวเข้าถนนใหญ่ตัดหน้าอย่างกะทันหัน ทำให้รถอีกคันที่ขับมาอยู่ดีๆ ต้องหักหลบชนเสาไฟฟ้า มีอีกคันคว่ำล้อชี้ฟ้า เซลล์หนุ่มพ่อลูกอ่อนต้องจบชีวิต

จากกรณีอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำบนถนนสุขุมวิท พื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (10 ก.ย.) เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต ขณะนี้รถยนต์คู่กรณีนี้ได้หลบหนีไป โดยไม่ได้หยุดจอดมาเหลียวแล ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุ เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์และรถยนต์คู่กรณี

ภาพจรปิดบริเวณบันทึกภาพ ขณะรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก สีขาว มองเห็นป้ายทะเบียนไม่ชัด กำลังบรรทุกกระจกใสแผ่นใหญ่เอาไว้ด้านท้าย รถกระบะขับออกมาจากซอยตลาดทองทิพย์ เลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทอย่างกะทันหัน บริเวณหมู่ที่ 4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นเหตุทำให้รถกระบะ 4 ประตู มิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส สีบรอนซ์เงิน ซึ่งวิ่งตรงมาจากถนนสุขุมวิทได้เฉี่ยวชนและเสียหลักชนกับเสาไฟฟ้า

เหตุดังกล่าวทำให้ นายอุกฤษฎ์ อายุ 31 ปี พนักงานโรงงานรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น คนขับกระบะ 4 ประตู เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวมทั้งยังมีรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เงินอีกคันที่ขับตามกันมา หักหลบเสียหลักพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าอีกคัน นายอรรถพร อายุ 35 ปี ผู้ขับขี่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

เบื้องต้น ร.ต.อ.ธนัช ศรีประมาณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ เจ้าของคดี ได้ติดตามหารถคันดังกล่าวซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุอย่างไม่ใยดี ซึงสามารถแจ้งข้อหาในความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินเสียหายและหลบหนี

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า นายอุกฤษฎ์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่เซลล์ขายสีทาบ้าน และล่าสุดภรรยาก็เพิ่งคลอดลูกชาย อายุได้ 11 เดือน แต่มาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวสารวงการไปรษณีย์ | Tagged | Comments Off on ตามล่า กระบะขาว โฉบตัดหน้าเข้าถนนใหญ่ ต้นเหตุพ่อลูกอ่อนดับ